<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กล้องดิจิตอล กล้อง กล้องถ่ายรูป &#187; กระเป๋ากล้อง</title>
	<atom:link href="http://camera.kapook.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://camera.kapook.com</link>
	<description>กล้อง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jan 2009 05:01:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>การวัดแสงเบื้องต้น 1</title>
		<link>http://camera.kapook.com/light-no1/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/light-no1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 08:21:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=195</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/image1.jpg" alt="" title="image1" width="180" height="262" class="aligncenter size-full wp-image-196" /><br />
ตอนที่ผมเริ่มหัดถ่ายภาพใหม่ๆ พอได้ยินคำว่า ชดเชยแสง “โอเวอร์ &#8211; อันเดอร์” ผมก็งงครับ ไม่รู้อะไรกันนะ ?<br />
และก็เคยได้ยินว่า “อย่าไปใช้เลย… การวัดแสงเฉพาะจุด เพราะถ้าวัดพลาดมันจะทำให้รูปเสียเลย”<br />
หรือ “วัดแสงเหรอ ไม่ต้องคิดอะไรมาก วัดที่หลังมือเรานั่นแหละ เทากลาง”<br />
หรือไม่ก็ “เห็นใบไม้สีเขียวนั้นไม๊ ? นั่นแหละ เทากลางหละ วัดตรงนั้นแล้วใช้ได้เลย”</p>
<p>  หลังจากนั้น ผมก็ค่อยๆ เริ่มทำความเข้าใจกับระบบวัดแสง ทีละนิด ทีละหน่อย ตามหนังสือ หรือสื่อต่างๆ ที่พอจะหาได้ มาถึงตอนนี้ ผมก็พอจะเข้าใจบ้างว่ามันคืออะไร ทำอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร เลยอยากจะลองบอกเพื่อนๆ ที่เริ่มอยากรู้ เคยสงสัย หรือกำลังอยากเข้าใจในเรื่องนี้ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อย ในที่นี้ผมขอพูดถึงระบบการวัดแสงเฉพาะจุดอย่างเดียวเลยนะครับ เพราะว่าระบบอื่นๆ ก็จะขึ้นอยู่กับ ความสามารถของกล้องแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเฉลี่ยๆ กี่ส่วนต่อกี่ส่วน ก็แล้วแต่บริษัทผู้ผลิตจะมีเทคโนโลยีในการผลิตกันอย่างไร<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/image2.jpg" alt="" title="image2" width="181" height="263" class="aligncenter size-full wp-image-197" /></p>
<p>:: สีเทากลาง ::</p>
<p>เรื่องมันยาวหน่อยนะครับ ขอให้ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำความเข้าใจ ลองปฏิบัติตามที่แนะนำ รับรองครับว่า ต้องเข้าใจแน่ๆ แต่ถ้าไม่เข้าใจ ก็ต้องโทษตัวผมหละครับที่เขียนไม่รู้เรื่องเอง อิอิ ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว</p>
<p> เรื่องแรกผมของพูดถึง “สีเทา 18%” ก่อนเลยนะครับ “สีเทา 18%” ก็คือค่าของสีเทา ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ขาวกับดำ จะเรียกกันในภาษาของนักถ่ายภาพว่า “สีเทากลาง” ก็คือ ค่าสีมาตรฐานที่กล้องทุกๆ ตัว ใช้เป็นค่าในการวัดแสงกระทบจากวัตถุต่างๆ ที่เราเล็งจุดวัดแสงไปยังสิ่งที่ต้องการ</p>
<p> เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเรามาลองของจริงกันเลยนะครับ ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ ต้องลองทำตามนะครับ หยิบกล้องขึ้นมาปรับโหมดการถ่ายภาพไปที่ ” P ” และปรับระบบวัดแสงเป็นระบบ “เฉพาะจุด” ถ้าไม่รู้ว่าการวัดแสงแบบเฉพาะจุดอยู่ตรงไหน ในกล้องมีระบบนี้หรือไม่ ได้เปิดคู่มือดูนะครับ มีแน่นอน<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/image3.jpg" alt="" title="image3" width="442" height="215" class="aligncenter size-full wp-image-198" /></p>
<p>:: วัตถุสีสว่าง ::</p>
<p>ต่อจากนั้นก็ลองหาวัตถุสีขาว เช่นกระดาษขาว หรือผนังสีขาว แล้วยกกล้องถ่ายภาพเล็งไปยังวัตถุ โดยให้วัตถุนั้น เต็มเฟรมที่ต้อง การถ่ายภาพ แล้ว กดชัตเตอร์ลงครึ่งนึงก่อน เพื่อทำการวัดแสง โดยยังไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นจากนั้นก็กดชัตเตอร์ลงไปเลยเราก็จะได้ภาพสีเทาๆ มาหนึ่งภาพดังรูปตัวอย่าง<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/image4.jpg" alt="" title="image4" width="451" height="219" class="aligncenter size-full wp-image-199" /></p>
<p>:: วัตถุสีเข้ม ::</p>
<p>ต่อไป เราหาวัตถุสีดำๆ หรือกระเป๋ากล้องก็ได้ครับ ( ส่วนใหญ่จะสีดำ ) ทำเหมือนครั้งแรก คือโหมด “P” และ ” เฉพาะจุด ” กดครึ่งนึงเพื่อวัดแสง และกดถ่ายภาพ เราก็จะได้วัตถุสีเทาๆ มาอีกภาพหนึ่งดังรูปตัวอย่าง สองภาพนี้ ด้านซ้าย เป็นวัตถุที่ต้องการถ่าย ตรงกลางคือสีเทากลางที่กล้องคำนวน ภาพขวาคือภาพที่กล้องคำนวนแสง และถ่ายทอดออกมานะครับ</p>
<p>ที่เราได้รูปสีเทาๆ มาดังตัวอย่างทั้งสองภาพข้างต้นนี้ ก็เพราะว่า ระบบวัดแสงของกล้อง ไม่ว่าจะให้มองอะไร ก็จะมองเห็นเป็นสีเทา และถ่ายภาพสีเทาที่กล้องมองเห็นมาให้เราดูกันเป็นขวัญตาหละครับ</p>
<p>ก่อนจะถึงขั้นต่อไป มีคำถามครับจากตัวอย่างข้างต้น</p>
<p>ถ้าต้องการถ่ายภาพวัตถุสีขาว ให้ขาวเหมือนจริง คิดว่าจะต้องทำอย่างไร ?<br />
ถ้าต้องการถ่ายภาพให้วัตถุสีดำ ให้ดำเหมือนจริง คิดว่าจะต้องทำอย่างไร ? </p>
<p>คิดแล้วค้นหาคำตอบไว้ในใจก่อนนะครับ แล้วค่อยดูกันต่อไป… </p>
<p>เขียนโดย Snake</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.cameraeyes.net/index.php?option=com_smf&#038;Itemid=27&#038;topic=411.0">http://www.cameraeyes.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/light-no1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Lens Aperture &#8211; รูรับแสงของเลนส์</title>
		<link>http://camera.kapook.com/lens-aperture/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/lens-aperture/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 07:28:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>     ส่วนประกอบที่สำคัญของเลนส์ที่ควรทำความเข้าใจคือ รูรับแสงของเลนส์ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปสู่ตัวรับภาพหรือฟิล์ม ขนาดของรูรับแสงมีผลต่อภาพที่บันทึกได้ รวมไปถึงมีผลกับสภาพแสงที่ใช้ในการบันทึกภาพด้วย</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-177" title="topic1_lens_aperture" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_lens_aperture.jpg" alt="" width="300" height="213" /></p>
<p>     ขนาดของรูรับแสงจะแสดงเป็นตัวเลขไว้ที่ขอบเลนส์ด้านหน้าที่เดียวกับตัวเลขที่แสดงค่าทางยาวโฟกัสของเลนส์ เช่น 35mm. 1:2.8 หมายถึงว่าเลนส์ตัวนี้มีขนาดของรูรับแสงกว้างสุดเท่ากับ f/2.8 เลนส์แต่ละตัวจะมีรูรับแสงกว้างสุดไม่เท่ากัน เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าเลนส์ที่มีรูรับแสงเริ่มต้นแคบกว่า ประโยชน์หลักๆ ของขนาดรูรับแสงที่กว้างคือ การใช้งานในสภาพแสงน้อยๆ ที่ดีกว่า เพิ่มโอกาสในการบันทึกภาพให้มากขึ้น ปรับโฟกัสได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญทำให้ฉากหลังเบลอได้ง่ายขึ้นด้วย</p>
<p>     รูรับแสงของเลนส์โดยทั่วๆ ไปหากเป็นเลนส์ฟิกซ์ในตัวกล้องจะมีขอบเขตที่จำกัด โดยกล้องจะระบุอยู่ในสเปค หรือในคู่มือของกล้อง ในขณะที่เลนส์ที่ใช้ในกล้อง SLR จะมีค่าเริ่มต้นตั้งแต่ f/1.4 &#8211; f/4.5 และจะไล่ลำดับกันออกไปจนถึง f/22 โดยปกติแล้วในกล้องคอมแพคจะเลือกขนาดรูรับแสงให้อัตโนมัติ สำหรับกล้องที่ให้ผู้ใช้เลือกปรับขนาดของรูรับแสงได้จะมีฟังชั่นการบันทึกภาพให้เลือกใช้คือระบบบันทึกภาพแบบ Aperture Priority</p>
<p>     ดังเห็นได้จากภาพว่าตัวเลขยิ่งสูง ขนาดของรูรับแสงจะยิ่งแคบลง ซึ่งหมายความว่าปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปยิ่งน้อยมากขึ้น การเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับสภาพแสงและลักษณะของภาพที่ต้องการบันทึกเป็นหลักใหญ่ เนื่องจากขนาดของรูรับแสงมีผลต่อลักษณะของภาพที่บันทึกได้</p>
<p><strong>ระยะโฟกัสภาพ &#8211; ความชัดลึกของภาพ</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-176" title="topic1_dof_zone" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_dof_zone.jpg" alt="" width="250" height="400" /></p>
<p>     ก่อนที่จะพูดถึงความชัดลึกของภาพ เราควรทำความเข้าใจกับลักษณะการบันทึกภาพโดยทั่วๆ ไปก่อนว่า โดยปกติแล้วเมื่อเราบันทึกภาพหนึ่งภาพนั้นจะมีส่วนของภาพที่เราปรับโฟกัส หรือส่วนที่คมชัดที่สุดของภาพอยู่ส่วนหนึ่งเสมอ ในขณะที่ส่วนที่เหลือบางครั้งก็ชัดมากน้อยแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงความชัดลึกของภาพ เราจะหมายถึงส่วนที่อยู่นอกกรอบโฟกัสของภาพว่าจะมีระยะของความชัดมาก &#8211; น้อยเพียงใด แต่ในการที่ภาพที่ถ่ายออกมาได้ไม่มีส่วนใดที่ชัด หรือเบลอหมดทั้งภาพนั้น ไม่เกี่ยวกับระยะชัดลึก- ชัดตื้นของภาพแต่เป็นเพราะภาพยังไม่ได้โฟกัสหรือมีการเคลื่อนไหวขณะบันทึกภาพ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-175" title="topic1_dof_chart" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_dof_chart.jpg" alt="" width="300" height="214" /></p>
<p>     ทีนี้ลองมาดูกันว่าเมื่อเราเล็งกล้องไปยังวัตถุที่จะทำการบันทึก และทำการปรับโฟกัสภาพจนมีความคมชัดดีแล้ว (หรือใช้ระบบออโต้โฟกัสก็ได้) จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังของจุดที่เราปรับโฟกัสนั้นปรากฏชัดไปด้วย บริเวณหรือส่วนของภาพในช่วงนี้ที่เราเรียกว่า ช่วงความชัดของภาพ เมื่อช่วงนี้แคบเราเรียกว่าชัดตื้น (ส่วนที่ชัดมีน้อย) เมื่อช่วงนี้กว้างเราเรียกว่าชัดลึก (ส่วนที่ชัดมีมาก)</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img class="aligncenter size-full wp-image-174" title="topic1_dof_2" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_dof_2.jpg" alt="" width="250" height="188" /></td>
<td><img class="aligncenter size-full wp-image-173" title="topic1_dof_1" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_dof_1.jpg" alt="" width="250" height="166" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>     ขนาดของรูรับแสงที่เราพูดถึงข้างต้นซึ่งให้ความชัดลึกชัดตื้นต่างกันหมายถึงในส่วนนี้ หากใช้ขนาดของรูรับแสงที่กว้างในการบันทึกภาพ ภาพของเราก็จะมีส่วนที่ปรับโฟกัสไว้ซึ่งจะมีความคมชัดดี ในขณะเดียวกันฉากหลังก็จะเบลอไปทำให้เราสามารถกำจัดสิ่งที่รกรุงรังหรือทำให้วัตถุที่อยู่ในภาพดูโดดเด่นขึ้นได้ ในขณะเดียวกันบางครั้งเราต้องการบันทึกภาพวิว ทิวทัศน์ หรือสถาปัตยกรรม ที่เราต้องการความคมชัดทั้งภาพ เราก็สามารถเลือกขนาดของรูรับแสงที่แคบลงมาเพื่อให้ได้ภาพที่มีความชัดลึกมากๆ ทั้งนี้การเลือกขนาดของรูรับแสงขึ้นอยู่กับปริมาณแสงในขณะบันทึกภาพด้วย นักถ่ายภาพส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้กลไกสองอย่างในการสร้างภาพ คือรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะต้องทำงานประสานกันอยู่แล้วในการบันทึกภาพ ดังนั้นการทำความเข้าใจกับรูรับแสงและลักษณะการใช้งานจะช่วยให้เราสามารถลองสร้างภาพในมุมมองใหม่ๆ ได้ง่ายมากขึ้น</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img class="aligncenter size-full wp-image-170" title="topic1_3dof1" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_3dof1.jpg" alt="" width="250" height="168" /></td>
<td><img class="aligncenter size-full wp-image-171" title="topic1_3dof2" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/topic1_3dof2.jpg" alt="" width="213" height="165" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.dpinfocus.com/topic1_3.html">http://www.dpinfocus.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/lens-aperture/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบ Canon 450D vs Nikon D60</title>
		<link>http://camera.kapook.com/canon450d-vs-nikond60/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/canon450d-vs-nikond60/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2008 04:51:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Lens]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[เลนส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=153</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/nikon-d60-450d-banner.jpg" alt="" title="nikon-d60-450d-banner" width="500" height="167" class="aligncenter size-full wp-image-154" /><br />
กล้องดิจิตอล รุ่นใหม่ของสองค่ายคู่แข่งตลอดกาล ที่เหมือนจะตั้งใจออกมาชนกันในเวลาใกล้กัน คาดว่าคงมีหลายคนที่กำลังจะตัดสินใจว่าจะซื้อรุ่นเก่า หรือรอรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะของค่ายไหน แนะนำให้อ่านบทความก่อนหน้าที่เราได้พูดถึงส่วนเปลี่ยนแปลงของ Canon 450D จาก 400D และ Nikon D60 จาก D40X และก็ยังมีอีกหลายคนที่กำลังจะถามถึงความแตกต่างระหว่างคู่กัดตัวใหม่ Canon 450D และ Nikon D60 เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้มีคำถามมากมายถึง 400D และ D40X เราจึงจับทั้งสองรุ่นมา เปรียบเทียบ กันในด้านต่างๆให้เห็นชัดๆกัน<br />
ก่อนอื่น มาดูสเปก เปรียบเทียบ กันก่อน</p>
<p><strong>ขนาดเซนเซอร์และความละเอียดภาพ</strong><br />
Canon 450D เพิ่มความละเอียดเป็น 12 ล้านพิกเซล โดยใช้ CMOS ส่วน D60 ยังคงใช้ CCD ความละเอียด 10 ล้านพิกเซลเท่า D40X แต่ถ้าดูขนาดของเซนเซอร์จะพบว่า D60 ขนาดใหญ่กว่า ทำให้ความหนาแน่นของเซนเซอร์น้อยกว่าของ Canon 450D ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อคุณภาพของภาพ แต่เนื่องจากทั้งสองรุ่นใช้เซนเซอร์ต่างชนิดกัน ก็คงต้องรอดูผลทดสอบจริงๆจึงจะสรุปได้</p>
<p><strong>ระบบกำจัดฝุ่น</strong><br />
นิคอนเพิ่งจะเพิ่มระบบกำจัดฝุ่นเข้ามาในกล้องระดับนี้เป็นรุ่นแรก ส่วนแคนนอนมีใน 400D มาก่อน ระบบกำจัดฝุ่นของทั้งสองรุ่นประกอบด้วยระบบย่อยๆ 3 ระบบเหมือนกัน คือ ระบบสั่นที่เซนเซอร์ ระบบป้องกันการเกาะของฝุ่น และการกำจัดโดยใช้ซอฟต์แวร์ แต่มีความแตกต่างกันในระบบป้องกันการเกาะของฝุ่น คือ ของ D60 จะใช้ระบบ Airflow ใช้ลมเป่าป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์ ส่วน 450D ไม่มีระบบลม แต่มีการเคลือบสารป้องกันฝุ่นเกาะติด ก่อนหน้านี้เคยมีการทดสอบระบบพบว่าระบบของแคนนอนมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนของ D60 ยังไม่มีผลการทดสอบ</p>
<p><strong>Image Output</strong><br />
การประมวลผลภาพของ Canon 450D ใช้ CPU DIGIC III ตัวเดียวกับ 40D แปลงข้อมูลโดยใช้ 14-bit A/D Converter ส่วน Nikon D40 ใช้ตัวประมวลผล EXPEED กับ 12-bit A/D Converter ในส่วนตัวประมวลผลคงไม่สามารถเปรียบเทียบสเปกกันได้ แต่ส่วน A/D Converter ของ 450D เป็นแบบ 14 bit จึงมีความละเอียดกว่าของ D60</p>
<p><strong>ระบบวัดแสง</strong><br />
เดิม Canon 400D จะไม่มีระบบวัดแสงเฉพาะจุด แต่ 450D มีการเพิ่มระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด (Spot Metering) เข้าไป จึงมีโหมดทั้งหมด 4 โหมด ส่วน D60 ยังคงมี 3 โหมด แต่ Spot Metering ของ D60 จะมีความแม่นยำมากกว่าในเรื่องพื้นที่เพราะกินพื้นที่เพียง 2.5% ของเฟรม ในขณะที่ 450D กินพื้นที่ 4% ในเรื่องความแม่นยำในการวัด ทั้งสองค่ายต่างก็ใช้เทคโนโลยีของตัวเอง และอ้างว่าดีที่สุด เช่น นิคอนมีระบบ 3D Matrix Metering และแคนนอนก็มี Evalative 35-zone ตรงนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ</p>
<p><strong>โฟกัสอัตโนมัติ</strong><br />
เหมือนกับ D40X กล้องดิจิตอล D60 ยังคงมีจุดโฟกัสเพียง 3 จุด ต่างกับ Canon 400D และ 450D ที่มีจุดโฟกัสมากถึง 9 จุด ซึ่งก็ช่วยในเรื่องของการโฟกัสอัตโนมัติได้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ทำให้โอกาสที่เป้าหมายจะ out focus มีน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างตรงนี้จะไม่มีความสำคัญ ถ้าผู้ใช้เข้าใจหลักการล็อกโฟกัสของกล้อง ก็จะสามารถเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของภาพ</p>
<p><strong>จอภาพ LCD</strong><br />
450D มีจอภาพขนาด 3 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า D60 ที่มีขนาดเพียง 2.5 นิ้ว แต่ความละเอียดจอทั้งสองรุ่นเท่ากันที่ 230,000 พิกเซล จึงอาจทำให้ภาพที่มองบน 450D อาจมีความคมชัดน้อยกว่า D60<br />
จอของทั้งสองรุ่นยังสามารถปิดเปิดเองได้อัตโนมัติเมื่อมีการเล็กผ่านช่องมองภาพ</p>
<p><strong>Text Input</strong><br />
เป็นฟังก์ชั่นที่มีเฉพาะใน D60 คือสามารถบันทึกตัวหนังสือลงไปในข้อมูลของภาพได้ เช่น &#8220;Europe Trip&#8221; โดยจะถูกบันทึกในส่วน EXIF Information ไม่ได้แสดงบนภาพโดยตรง แต่สามารถแสดงในโปรแกรมจัดการภาพทั่วไปได้ และใช้ค้นหาภาพจาก keyword ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ฟังก์ชั่นนี้อาจไม่มีความจำเป็นมากนัก ขึ้นอยู่กับความต้องการผู้ใช้งาน</p>
<p><strong>DOF Preview</strong><br />
Canon 450 สามารถแสดงตัวอย่างระยะชัดตื้น-ชัดลึกก่อนถ่ายภาพได้ ซึ่ง D60 ไม่รองรับ ฟังก์ชั่นนี้อาจมีความจำเป็นบ้างหากมีการใช้งานแมนนวลมากๆ และต้องการควบคุมระยะชัดตื้น-ชัดลึกของภาพอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้จำเป็นถึงขึ้นขาดไม่ได้เพราะในกล้องดิจิตอล เราสามารถดูภาพที่ถ่ายได้ทันที หากเราเช็คและพบกว่าระยะไม่ได้ตามต้องการก็ปรับตั้งรูรับแสงและถ่ายใหม่ได้</p>
<p><strong>LCD Live View</strong><br />
Canon 450D มีการเพิ่ม Live View เข้ามาเหมือนกับ 40D รุ่นพี่ ส่วน Nikon D60 ยังไม่สามารถมองภาพก่อนถ่ายได้ ซึ่งเป็นจุดต่างที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้เคยชินกับระบบออโต้โฟกัสของกล้องคอมแพค ต้องทราบว่าระบบออโต้โฟกัสขณะอยู่ในโหมด Live View ในกล้อง D-SLR ของ 450D มีความแตกต่างจากกล้องคอมแพคทั่วไป เพราะขณะจับโฟกัสจะต้องมีการยกกระจกลงในกล้องทำให้ภาพบน LCD หายไปครู่หนึ่ง อธิบายไปอาจจะงงถ้าไม่เคยมีประสบการณ์ใช้ SLR มาก่อน โดยสรุป สำหรับผมคิดว่าระบบ Live View ของ D-SLR หรือของ 450D นี้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องถ่ายภาพจากมุมที่ไม่สะดวกสำหรับการใช้ตามองผ่านช่องมองเท่านั้น เช่น ยกกล้องสูงและก้มลง (ถ่ายแบบไทยมุง) และไม่ค่อยสะดวกถ้าจะใช้ถ่ายภาพในมุมปกติ </p>
<p><strong>Orientation Sensor</strong><br />
เป็นเรื่องเล็กๆ ที่กล้องคอมแพคทั่วไปก็มี ทั้ง 450D และ D60 ก็ไม่พลาดที่จะใส่มา ประโยชน์โดยปกติก็คือกล้องจะบันทึกข้อมูลแนวการถ่าย (ตั้ง-นอน) ไว้ในภาพ และเมื่ออยู่ในโหมด preview กล้องจะทำการหมุนภาพให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเอียงคอดู หรือหมุนกล้องดู แต่ใน D60 มีการพัฒนาไปมากกว่านั้น คือ Orientation Sensor จะทำหน้าที่ในโหมดถ่ายภาพได้ด้วย โดยทำการหมุนหน้าจอแสดงผลไปตามทิศการการถือกล้อง ทำให้เวลาถ่ายภาพแนวตั้ง ไม่ต้องเอียงคอดู</p>
<p><strong>Battery Grip</strong><br />
450D มีข้อได้เปรียบในเรื่องของอุปกรณ์เสริมที่มีกริป (Battery Grip) มาให้ใช้งานในรุ่น BG-E5 โดยเป็นอุปกรณ์เสริม (ซื้อต่างหาก) เพื่อให้จับถนัดมือขึ้น ถ่ายแนวตั้งง่ายขึ้น และเพิ่มความจุแบตเตอรี่มากขึ้น ส่วน D60 ไม่สามารถเพิ่ม Battery Grip ได้ จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ ว่าต้องการเผื่ออนาคตหรือไม่</p>
<p><strong>ขนาด น้ำหนัก และรูปร่าง</strong><br />
โครงสร้างของทั้งสองรุ่นมีความแข็งแรงพอกัน แต่ D60 ยังคงเด่นในเรื่องการประกอบและ body ภายนอกที่แข็งแรงและดูดีกว่า 450D ผิวของ D60 เป็นผิวหยาบเหมือนรุ่นอื่นๆ ส่วน 450D ก็ยังคงเป็นผิวเรียบเช่นเดิม ขนาดของทั้งสองไม่ต่างกันมาก 450D มีสูงและกว้างกว่า แต่ D60 หนากว่านิดหน่อย น้ำหนักเท่ากัน<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/canon-450d-nikon-d60-wm.jpg" alt="" title="canon-450d-nikon-d60-wm" width="500" height="626" class="aligncenter size-full wp-image-155" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.zoomcamera.net/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Ntype=9&#038;Id=538617929">http://www.zoomcamera.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/canon450d-vs-nikond60/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Conversion Lens เพิ่มความมันให้กับการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลคอมแพ็ค</title>
		<link>http://camera.kapook.com/conversion-lens/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/conversion-lens/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 08:44:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Lens]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[เลนส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่มีข้อจำกัดจริงๆ สำหรับเรื่องการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในเรื่องอุปกรณ์การถ่ายภาพนั้น พัฒนาออกมาให้เราได้เสียเงินกันอยู่ร่ำไปสิน่า&#8230; ดูอย่างพวกกล้องในระดับ DSLR กล้องพวกนั้นไม่ต้องพูดถึง มีของให้เราต้องซื้อหาจับจ่ายกันอยู่ตลอด ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรือไม่มีเงินก็ตาม ฮ่า ฮ่า &#8230;. และอย่าว่าแต่กล้องในระดับ DSLR เลยครับที่ต้องเสียเงินบ่อยๆ กล้องที่บอกว่าสำเร็จรูปมาแล้วอย่างดิจิตอลคอมแพ็คต์นี่ก็ใช่ย่อยเหมือนกัน มีของมาให้เราได้ใช้ ได้ลองและยั่วกิเลสตลอดเวลาเช่นกัน</p>
<p>กล้องดิจิตอลคอมแพ็คต์นั้น มีข้อจำกัดการใช้งานตามสเป็กและราคาอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีกล้องดิจิตอลคอมแพ็คต์บางรุ่นบางชนิด อาทิ Fuji S6500fd กล้อง DSLR Like ที่ยังได้รับความนิยมอยู่ กล้องลักษณะหน้าตาแบบนี้ สามารถทะลุข้อจำกัดขีดความสามารถในเรื่องของช่วงเลนส์ได้ เพราะช่วงเลนส์เดิมๆ ที่มากับกล้องบางครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างสรรค์งานถ่ายภาพได้มากนัก ดังนั้นหลายๆ ค่ายจึงได้ผลิตเลนส์ตัวช่วย หรือที่เรียกกันว่า Conversion Lens ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้กล้องดิจิตอลคอมแพ็คต์<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/img_0352small.jpg" alt="" title="img_0352small" width="500" height="333" class="aligncenter size-full wp-image-144" /><br />
Conversion Lens คืออะไร?<br />
สำหรับกล้องดิจิตอลคอมแพ็คต์โดยส่วนใหญ่แล้ว มักมีช่วงเลนส์ที่จำกัด ถ้าเป็นกล้องเน้นซูมเยอะ ช่วง Wide หรือมุมกว้างก็จะขาด แต่ถ้าเป็นกล้องมุมกว้าง 28 ม.ม. ช่วงเทเลก็จะขาดหาย อันนี้เป็นธรรมชาติของการผลิตชิ้นเลนส์ให้กับกล้องเล็กๆ อยู่แล้ว แต่ก็มีกล้องบางตัวที่มีช่วงเลนส์ตั้งแต่ 28-300 ม.ม. อาทิ Fuji S6500FD แต่ก็มีกล้องอีกหลายๆ ตัวที่ไม่มีช่วงเลนส์ในลักษณะนี้ อาทิ กล้องตัวเล็กๆ อย่าง Canon ตระกูล A ซึ่งจะมีช่วงเลนส์ที่ประมาณ 35-140 ม.ม. หรือมากกว่านั้น ซึ่งช่วงเลนส์ขนาดนี้ บางท่านที่ใช้กล้อง ใช้ไปใช้มาแล้วรู้สึกว่าเหมือนถูกตีกรอบ เพราะช่วงเลนส์ไม่พอ จะถ่ายภาพมุมกว้างเก็บภูเขาทะเลกว้างๆ ก็ไม่สะใจ จะถ่ายในระยะซูมเทเลก็ไม่สุดๆ หรือแม้แต่จะถ่ายภาพดอกไม้มาโครก็ขยายได้ไม่ดั่งใจ และจุดนี้เองที่ทำให้มีค่ายผลิตอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพนั่นคือ Conversion Lens ซึ่งมีลักษณะเป็นเลนส์ที่มาครอบไว้หน้าเลนส์ของกล้องอีกที โดยมีเลนส์เสริมนี้อยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ไปดูแต่ละแบบเลยดีกว่าว่าแบบไหนเหมาะกับกล้องที่คุณมี<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/1small.jpg" alt="" title="1small" width="360" height="480" class="aligncenter size-full wp-image-143" /><br />
Tele Conversion Lens<br />
เลนส์เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพระยะซูมเทเล และมีการรับภาพที่แคบลงแต่ซูมได้ไกลขึ้น เหมาะมากสำหรับกล้องที่มีระยะซูมน้อยหรือที่เรียกว่าซูมแบบออปติคัลได้น้อย ช่วงซูมสุดไปจบแค่ 140 ม.ม. เจ้า Tele Conversion Lens ตัวนี้จะไปช่วยเพิ่มระยะการซูมให้คุณขึ้นไปอีกนิดหน่อย<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/macroconversionlens.jpg" alt="" title="macroconversionlens" width="500" height="333" class="aligncenter size-full wp-image-146" /><br />
Macro Conversion Lens<br />
เลนส์เพิ่มประสิทธิภาพอัตราการขยาย ตัวเลนส์แบบนี้เป็นเหมือนแว่นขยายดีๆ นี่เอง เมื่อสวมเข้าที่หน้าเลนส์แล้วจะทำให้คุณได้อัตราขยายให้มากขึ้น จึงทำให้การถ่ายภาพมาโคร หรือภาพวัตถุชิ้นเล็กๆ ได้ดีขึ้น เหมาะมากสำหรับกล้องที่มีช่วงเลนส์มาโครที่โฟกัสใกล้สุดไม่ถึง 1 เซนติเมตร</p>
<p>นั่นคือ Conversion Lens 3 แบบ ที่มีให้คุณเลือกใช้ในท้องตลาด สำหรับคุณภาพของภาพที่ได้จากเลนส์ตัวเสริมพวกนี้นั้น ต้องบอกก่อนว่าอย่าไปคาดหวังอะไรมากมาย เพราะเลนส์เหล่านี้ถ้าจะเอาคุณภาพยอดเยี่ยมจริงๆ ราคาค่าตัวก็ไม่ถูกนัก สำหรับกล้องบางรุ่นบางชนิดนั้น อาทิ Canon ตระกูล A ทั้งหลาย หรือเป็นกล้องคอมแพ็คต์ตัวเล็ก คุณอาจต้องพึ่งพา Adapter Tube ซึ่งจะเป็นลักษณะท่อกลวงไม่มีชิ้นเลนส์ นำมาใส่เพื่อทำให้สามารถติดตั้ง Conversion Lens ได้นั่นเอง การเลือกซื้อ Conversion Lens นั้นผมแนะนำว่าควรจะนำกล้องที่คุณมีอยู่และต้องการต่อเลนส์เอาไปลองที่ร้านด้วย สำหรับยี่ห้อของ Conversion Lens ก็มีทั้งที่เป็นยี่ห้อกล้องเอง และยี่ห้อของผู้ผลิตอิสระ อาทิ Digitex หรือ Kenko ซึ่งจะมีราคาที่ไม่ค่อยแพงมากนัก แต่นั่นก็แลกมากับคุณภาพอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าคุณบอกว่ารักและชอบกล้องตัวนั้นๆ ที่คุณมี ผมก็แนะนำว่าลองสั่งซื้อจากค่ายกล้องเลย ซึ่งจะมีการใช้ชิ้นเลนส์และการโค้ทผิวเลนส์ที่ดีกว่า แน่นอนคุณภาพของภาพที่ได้ดีกว่า และแพงกว่า</p>
<p>สำหรับตัวเลขบน Conversion Lens ที่เขียนไว้ว่า x0.5 หรือ x2 พวกนี้ คือตัวเลขที่เมื่อนำไปคูณกับค่าทางยาวโฟกัสในกล้องของเราแล้วจะได้ทางยาวโฟกัสใหม่เมื่อใส่ Conversion Lens ลงไป ยกตัวอย่าง 35-140 ม.ม. เมื่อใส่ Wide Conversion Lens ที่มีเลขตัวคูณที่ x0.5 ก็จะได้ค่าทางยาวโดยประมาณ 18-70 ม.ม. หรือถ้าเราใส่ Tele Conversion Lens ที่มีตัวเลขคูณ x2 ก็จะได้ค่าทางยาวจาก 35-140 ม.ม. เป็น 70-280 ม.ม. นั่นเอง<br />
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/img_0365small.jpg" alt="" title="img_0365small" width="500" height="333" class="aligncenter size-full wp-image-145" /><br />
การถ่ายภาพโดยใช้ Conversion Lens<br />
การใช้ Conversion Lens นั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่เมื่อไหร่ที่เราใส่ตัว Conversion Lens ลงไปในกล้องแล้ว ระยะโฟกัสอาจมีการคราดเล็กน้อย รวมถึงการที่ต้องมีการสูญเสียแสงไปเยอะ จึงทำให้สปีดชัตเตอร์ต่ำและอาจทำให้ภาพที่ได้เบลอไปก็มี ฉะนั้นแนะนำว่าการใช้เลนส์เสริมเหล่านี้ ควรใช้ในสภาวะแสงจัดจ้า ถ่ายภาพกลางแจ้ง จึงจะเห็นผลดีเยี่ยม และสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือ ขาตั้งกล้องนั่นเอง สิ่งที่คุณต้องทำใจไว้ก่อนหน้าที่จะถ่ายภาพนั่นคือเรื่องของขอบภาพที่บางครั้ง อาจติดขอบมืด หรือขอบภาพเบลอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา รวมถึงการใช้แฟลชบนหัวกล้องที่อาจจะติดเงาของ Conversion Lens เป็นเงาดำในภาพด้วย</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.yarisme.com/blog.php?u=kongto&#038;md=post&#038;id=251&#038;title=Conversion+Lens+%E0%BE%D4%E8..">http://www.yarisme.com/blog.php?u=kongto</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/conversion-lens/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>photo expro</title>
		<link>http://camera.kapook.com/photo-expro/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/photo-expro/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2008 03:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/photohut-expo-web.gif" alt="" title="photohut-expo-web" width="500" height="656" class="aligncenter size-full wp-image-136" /></p>
<p>อ่านเพิ่มเติม <a href="http://www.photohutgroup.com/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Id=538772577&#038;Ntype=1">http://www.photohutgroup.com/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Id=538772577&#038;Ntype=1</a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.photohutgroup.com/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Id=538772577&#038;Ntype=1">http://www.photohutgroup.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/photo-expro/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>photofair</title>
		<link>http://camera.kapook.com/photofair/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/photofair/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2008 08:39:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=129</guid>
		<description><![CDATA[วันลอยกระทง ลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง อ่าน ประวัติวันลอยกระทง วิธีทำกระทง ทำ กระทง ใน ประเพณีวันลอยกระทง ที่จะถึงนี้ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Photo Fair 2008<br />
พร้อม 100% แล้วสำหรับสุดยอดงานแสดง<br />
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด<br />
<img class="aligncenter size-full wp-image-130" title="photofair2008" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/photofair2008.gif" alt="" width="400" height="200" /><br />
สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพแถลงความพร้อมการจัดงานโฟโต้แฟร์ 2008 ครั้งที่ 19<br />
ระหว่างวันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2551 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค<br />
พบกับกิจกรรมมากมาย<br />
     นายสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวสินค้าไฮไลท์การจัดงานโฟโต้แฟร์ 2008 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551<br />
     กล่าวถึงความพร้อมในการการจัดงานในทุกด้าน บริษัท ห้าง ร้าน ให้การสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายหมด 100 % เตรียมจัดกิจกรรมรองรับ คนรักการถ่ายภาพอยากมากมาย โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบธุรกิจการถ่ายภาพ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม อาทิ นิทรรศการภาพถ่ายโครงการพระราชดำริ นิทรรศการภาพถ่ายการกุศลร่วมใจเพื่อเพื่อนยามยาก นิทรรศการศิลปินนักถ่ายภาพไทย นิทรรศการภาพถ่าย Colour Imaging นิทรรศการภาพถ่าย Ladakh เสน่ห์แดนขอบหลังคาโลก<br />
     กิจกรรมประกวดถ่ายภาพในงานสีสัน Photo Fair 2008 กิจกรรมประกวดภาพถ่ายความสุขยกก๊วนกับ KTC กิจกรรมพิเศษที่สร้างสีสันจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนมากมาย<br />
     เที่ยวงาน Photo Fair 2008 ลุ้นรางวัล HONDA CITY ตัวใหม่ พิเศษสุด ๆ ครั้งแรกของวงการการถ่ายภาพ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมและถ่ายภาพมุมสูงบริเวณปากอ่าวไทยเส้นทาง ไบเทค – เมืองโบราณ- บางปู- ปากอ่าวไทย –สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม- ไบเทค</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.photofairthailand.com/pba/index.php?option=com_content&#038;task=view&#038;id=118&#038;Itemid=1">http://www.photofairthailand.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/photofair/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>cannon ชิปอัจฉริยะDIGIC4</title>
		<link>http://camera.kapook.com/cannon_digic4/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/cannon_digic4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2008 06:56:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-105" title="id_113" src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/id_113.jpg" alt="" width="200" height="200" /><br />
<strong>แคนนอน เผยโฉมชิปอัจฉริยะ “DIGIC 4” พร้อมเปิดตัวทัพสินค้าใหม่ 17 รุ่น</strong><br />
     แคนนอน ตอกย้ำความเป็นหนึ่งด้านเทคโนโลยี เปิดตัว “DIGIC 4” (ดิจิกโฟร์) สุดยอดนวัตกรรมชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะความเร็วสูงรุ่นใหม่ ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอนที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อการถ่ายภาพอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างยิ่งใหญ่ภายในงานทั้งหมด 17 รุ่น ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กล้องคอมแพคดิจิตอล กล้องดิจิตอล เอสแอลอาร์ กล้องวีดีโอ และเครื่องพิมพ์ภาพประสิทธิภาพสูง โดยมี พรีเซนเตอร์ พอลล่า เทเลอร์ ที่ดึงเหล่านักแสดงและเซเลปคนดัง ปอ-ทฤษฎี บี๋ – ธีรพงษ์ น้องกาย-นวพล ลำพูน ณัฐ – เทพหัสดิน ณ อยุธยา และผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ย้ง – ทรงยศ มาร่วมเปิดเผยสไตล์ที่แท้จริงในแบบฉบับของแคนนอนกันอย่างคับคั่ง</p>
<p>     นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวในโอกาสนี้ว่า แคนนอนมีความมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุดมาโดยตลอด รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำทันต่อโลกยุคใหม่ที่ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ และตอบสนองการใช้งานอันหลากหลายยิ่งขึ้น โดยแคนนอนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้บริโภคตลอดมา จนสามารถครองอันดับหนึ่งในธุรกิจกล้องดิจิตอล ที่รวมทั้งกล้อง<br />
แบบ SLR และแบบคอมแพค ด้วยส่วนแบ่งตราสินค้า (Brand Share) ในตลาดสูงถึง 27% มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2550 จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>     “ครั้งนี้ แคนนอนมีความภูมิใจอย่างยิ่งในการนำเสนอเทคโนโลยี DIGIC 4 นวัตกรรมล่าสุดของแคนนอน<br />
ที่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากเทคโนโลยี DIGIC III ให้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อการถ่ายภาพบุคคลโดยเฉพาะ โดยผู้ใช้จะได้สัมผัสกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูงกว่าชิปประมวลผลภาพ<br />
DIGIC lll ถึง 1.3 เท่า พร้อมคุณสมบัติเด่น ได้แก่ การตรวจจับใบหน้า (Face detection technology) การโฟกัสวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว พร้อมบันทึกภาพอย่างแม่นยำ (Servo AF) การปรับค่าแสงอัตโนมัติ (Intelligent Contrast Correction) เพื่อภาพที่สวยเป็นธรรมชาติ ไม่มืด หรือสว่างจนเกินไป และการลดสัญญาณรบกวนภาพ (Noise Reduction) ทำให้ภาพคมชัดทุกรายละเอียด”</p>
<p>     นอกเหนือจาก DIGIC 4 แล้ว แคนนอนยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มกล้องดิจิตอล กล้องวิดีโอ และเครื่องพิมพ์แบบพกพา ถึง 17 รุ่น โดยในจำนวนนี้จะมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC 4  6 รุ่น ได้แก่ กล้อง D-SLR EOS รุ่น 50 D กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค IXUS รุ่น 980IS และIXUS 870IS กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค PowerShot รุ่น G10 รุ่น SX1 IS และ รุ่น SX10 IS ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกรุ่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เติมเต็ม<br />
ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างครบครัน ด้วยรูปลักษณ์ ดีไซน์ สีสัน ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยแคนนอนแบ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวรุ่นต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่<br />
     1. ) กลุ่ม PROFESSIONAL : ทรงประสิทธิภาพความสามารถใช้งานรอบด้านคุณภาพระดับมืออาชีพด้วย DIGIC 4 ในกล้องดิจิตอล D-SLR EOS 50D ความละเอียด 15.1 ล้านพิกเซล บันทึกภาพฉับไวด้วยความเร็วในการ<br />
ถ่ายภาพต่อเนื่อง 6.3 เฟรมต่อวินาที ติดต่อกันสูงสุดถึง 90 ภาพ พร้อมจอ VGA LCD ขนาด 3 นิ้ว ควบคุมการทำงานด้วยหน่วยประเมินผลอัจฉริยะ DIGIC 4 และ PowerShot G10 ที่มาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 14.7 ล้านพิกเซล และเลนส์กว้าง 28 มม. ออพติคอลซูม 5 เท่า รวมถึง PowerShot SX1 IS และ SX10 IS ที่มาพร้อมกับ<br />
นวัตกรรมใหมล่าสุดที่รวมกล้องถ่ายภาพ และถ่ายวีดีโอระดับ Full HD ความละเอียดสูง1920 x 1080 ไว้ในกล้องเดียว ในขณะที่ PowerShot SX110 IS เน้นพลังซูมระยะไกลสูงถึง 10 เท่า<br />
     2.) กลุ่ม YOUNG GENERATION : แคนนอน เอาใจวัยรุ่นชื่นชอบดีไซน์ และมีไลฟ์สไตล์ที่สนุกสดใส ด้วยกล้องดิจิตอล PowerShot E1 สีหวานสดใสโดดเด่นในสไตล์พาสเทล มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ ขาววานิลลา<br />
ฟ้าอควาบลู และชมพูคอตตอน เก็บทุกรายละเอียดคมชัดด้วยความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชั่น<br />
Easy Mode เพื่อการถ่ายภาพสวยอย่างง่ายได้ พร้อมกับเครื่องพิมพ์ภาพแบบพกพา 4 รุ่น ได้แก่ Selphy CP760<br />
เพื่อการพิมพ์รูปทั่วไป Selphy CP770 ดีไซน์ใหม่ สีสันสดใส Selphy ES3 และ Selphy ES30 พิมพ์ภาพและ<br />
ออกแบบงานพิมพ์ภาพได้หลากหลายรูปแบบ<br />
     3.) กลุ่ม FASHIONISTA : ชูจุดเด่นกล้องเทคโนโลยีมีสไตล์สำหรับผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และดีไซน์<br />
ทันสมัย ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี DIGIC 4 เข้ากับดีไซน์สุดล้ำอย่างลงตัวกับกล้องดิจิตอล IXUS 870 IS<br />
(สีเงิน และทอง) มาพร้อมกับเลนส์ออปติคัลมุมกว้าง 28 มม. ซูม 4 เท่า และ IXUS 980 IS สะดุดตาด้วยดีไซน์โค้งมน (สีดำ และเงิน) ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 14.7 ล้านพิกเซล พร้อม Manual mode ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์และช่องรับแสงได้ตามต้องการ และ Quick Shot mode ให้สามารถใช้ช่องมองภาพแบบ<br />
ออปติคัลจับภาพและปรับโฟกัส ได้รวดเร็ว<br />
     4.)กลุ่ม SMART BUYER : กล้องดิจิตอล PowerShot A1000IS และ A2000IS คือกล้องที่ตอบสนอง<br />
ความต้องการของผู้บริโภคที่แสวงหากล้องที่พร้อมจะตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด<br />
เพราะเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพ็คที่ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 10 ล้านพิกเซล ออปติคัลซูม 4 เท่า พร้อมปรับ<br />
ความไวแสงอัตโนมัติด้วยค่า ISO สูงถึง 80 – 1600 เพื่อการถ่ายภาพคมชัดในทุกสถานการณ์<br />
     5.) กลุ่ม VIDEO LOVER : แคนนอนแนะนำกล้องวิดีโอดิจิตอล HF11 HG20 และ HG21 ที่ทรงพลังด้วยเทคโนโลยี True Full High Definition ให้ภาพคมชัดทุกอณูรายละเอียด อีกทั้งยังบันทึกภาพจุใจด้วยระบบ<br />
Dual Flash Memory ให้ความจุในตัวสูงด้วยเมมโมรี่ขนาด 32 GB และรองรับเมมโมรี่การ์ดแบบ SDHC ในรุ่น HF 11 และฮาร์ดไดรฟ์ในตัวความจุ 60 GB ในรุ่น HG 20 และ 120 GB ในรุ่น HG 21 โอนถ่ายข้อมูลภาพได้รวดเร็ว พร้อมเลนส์แบบ HD Video ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอนที่ให้พลังซูมสูงถึง 12 เท่า ในรูปทรงกระทัดรัด<br />
น้ำหนักเบา</p>
<p>ในโอกาสนี้ แคนนอนได้เชิญเหล่านักแสดงและผู้มีชื่อเสียง ร่วมเป็นตัวแทนผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ดังนี้<br />
     1.) ช่างภาพมืออาชีพ บี๋ – ธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์ เป็นตัวแทนของผู้บริโภคกลุ่ม Professional.<br />
     2.) นายแบบหนุ่มรุ่นใหม่ กาย- นวพล ลำพูน ลูกชายสุดหล่อของ มาช่า วัฒนพานิช เป็นตัวแทนของกลุ่ม Young Generation<br />
     3.) หนุ่มหล่อเนี๊ยบมีสไตล์ ณัฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นตัวแทนกลุ่ม Fashionista ตัวจริง<br />
     4.) พระเอกหนุ่ม ปอ-ทฤษฎี สหวงศ์ เป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือกแบบ<br />
Smart Buyer<br />
     5.) ย้ง – ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับไฟแรงจากภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เด็กหอ และปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น เป็นตัวแทนของผู้ที่ชื่นชอบการด้านถ่ายวีดีโอ และเทคโนโลยีทันสมัยแบบ Full HD</p>
<p>“ปีนี้ทางบริษัทตั้งเป้าไว้ว่าด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่จากแคนนอน บริษัทฯ จะสามารถบรรลุเป้าหมาย<br />
การเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มการถ่ายภาพและการพิมพ์ภาพที่ 19%” วรินทร์กล่าวสรุป</p>
<p>ทดสอบประสิทธิภาพอันทรงพลังของเทคโนโลยี DIGIC 4 และผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 17 รุ่นไ ด้ที่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนอย่างเป็นทางการทุกแห่งทั่ว</p>
<p>ขอบคุณข้อมูล <a href="http://www.klongdigital.com/news/show_news.php?newsid=113">http://www.klongdigital.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/cannon_digic4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon G10 กล้องระดับ DSLR</title>
		<link>http://camera.kapook.com/canon-g10/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/canon-g10/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2008 06:52:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Canon G10 กล้องระดับ DSLR ในรูปร่างหน้าตาแบบ Compact พกสะดวก</p>
<p>ท่ามกลางกระแสดิจิตอลที่โหมกระหน่ำก่อนงาน Photokina ที่เยอรมันอาทิตย์หน้า<br />
Canon ได้เปิดตัวกล้อง compact แต่คุณภาพ+คุณสมบัติ ยิ่งกว่าโปรในระดับ DSLR โดยเป็นรุ่น G10 ตัวใหม่เอี่ยม</p>
<p><img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/canon_g10_front_back_001.jpg" alt="" title="canon_g10_front_back_001" width="500" height="190" class="aligncenter size-full wp-image-97" /></p>
<p>สเป็คคร่าว ๆ<br />
- ไฟล์ใหญ่ถึง 14.7 เม็กฯ<br />
- เลือกขนาดภาพได้ถึง 8 ความละเอียด<br />
- ใช้โปรแซสเซอร์ใหม่ล่าสุด Digic 4<br />
- จอ LCD II ด้านหลังกว้าง 3 นิ้ว ความละเอียด 461K.<br />
- สปีดสูงสุด 1/4000 วิ.<br />
- ระบบออโต้ 26 โหมด<br />
- ถ่าย VDO ได้ 3 ระดับความละเอียด<br />
- ที่สำคัญ ใช้เลนส์ไวด์ถึง 28 มม. &#8211; 140 มม.<br />
- และอื่น ๆ อีกมากมาย</p>
<p>เห็นสเป็คแล้ว เรียกว่าเป็นกล้องคอมแพ็ค ระดับ เทพ มาเกิดเลยที่เดียว</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.thaiblades.com/forums/showthread.php?t=56862">http://www.thaiblades.com/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/canon-g10/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลรักษากล้องดิจิตอล</title>
		<link>http://camera.kapook.com/keep-camera/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/keep-camera/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2008 04:17:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่านเคยพบปัญหา การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลตอนที่ซื้อมาแรกๆ ถ่ายภาพออกมาดี ชัดเจน แต่พอใช้ๆ ไปนานๆ แล้วภาพกลับออกมาไม่สวย สีสันเพี้ยน หรือภาพไม่คมชัด ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้เอาออกไปใช้สักเท่าไหร่ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านไม่ได้ดูแลรักษากล้องของท่านให้ดี มันก็จะอยู่กับท่านไม่นาน ดังนั้นผู้เขียนจึงเล็งเห็นว่าปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆ จัดซื้อกล้องดิจิตอลกันมากขึ้น และเพื่อให้กล้องที่ถ่ายรูปสวยๆ อยู่กับเรานานๆ ในบทความนี้จะกล่าวถึงการดูแลรักษากล้องดิจิตอลและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเป็นความรู้ในการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป</p>
<p><strong>การดูแลรักษาเลนส์</strong><br />
ถ้ากล้องที่ดีแต่มีเลนส์ที่ไม่ดี ต่อให้กล้องรุ่นนั้นดีขนาดไหน ราคาแพงขนาดไหนก็ไม่สามารถถ่ายรูปมาดีได้ ดังนั้นกล้องดี ๆ ราคาแพงๆ จะใช้เลนส์คุณภาพสูงด้วย จึงมีความจำเป็นต้องทราบถึงวิธีการดูแลรักษาเลนส์ว่าจะต้องทำอย่างไร</p>
<p>1. กล้องที่หน้าเลนส์มีเกลียวสำหรับสวมฟิลเตอร์ได้เช่น OLYMPUS E-10 ควรหาฟิลเตอร์มาสวมไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการขูดขีดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องเป็นฟิลเตอร์ที่มีคุณภาพดี ประเภท multicoated จึงจะไม่ลดทอนคุณภาพของเลนส์หรือลดทอนลงน้อยที่สุด เช่น ฟิลเตอร์ UV HMC ของ HOYA เป็นต้น<br />
2. ก่อนทำความสะอาดเลนส์จะต้องใช้ลูกยางเป่าลมเป่าฝุ่นละอองออกจากหน้าเลนส์ก่อนทุกครั้ง ห้ามใช้ปากเป่าโดยเด็ดขาด ส่วนการเช็ดเลนส์แนะนำให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเท่านั้น หรือใช้ผ้าเช็ดเลนส์เนื้อนุ่มที่สะอาดและแห้ง (ห้ามใช้ผ้าเช็ดเลนส์แว่นตาหรือผ้าชามัวร์) จากนั้นใช้ลูกยางเป่าลมทำความสะอาดอีกครั้ง<br />
3. การเช็ดเลนส์หรือทำความสะอาดเลนส์ทั่วๆไปไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ แต่ถ้าหากเลนส์มีความมันหรือสกปรกมากๆให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ชุบน้ำยาเช็ดเลนส์ที่มีคุณภาพดี เช่น ของโกดัก พอหมาดๆเช็ดวนจากบริเวณตรงกลางออกไปรอบนอกและไม่ควรใช้กระดาษเช็ดเลนส์เช็ดซ้ำที่เดิม หากต้องเช็ดซ้ำให้เปลี่ยนกระดาษชิ้นใหม่เสมอการเช็ดเลนส์ทุกครั้งห้ามออกแรงกดหรือขัดผิวเลนส์อย่างเด็ดขาด<br />
4.หากผิวเลนส์มีละอองน้ำติดอยู่ให้รีบเช็ดออกทันที เพราะถ้าหากทิ้งไว้นานคราบละอองน้ำเหล่านี้จะเช็ดไม่ออกและทำให้โคทเลนส์เสียหายได้ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุของการเกิดเชื้อราบนหน้าผิวเลนส์ด้วย<br />
5.อย่าใช้นิ้วมือแตะหน้าเลนส์ เพราะความมันที่นิ้วมือจะทำให้เลนส์สกปรก เช็ดออกยาก และห้ามใช้แอลกอฮอล์ หรือ ทินเนอร์เช็ดเลนส์โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โคทเลนส์เสียหายได้ รวมไปถึงขอบเลนส์ที่เป็นพลาสติกด้วย</p>
<p><strong>การดูแลรักษาตัวกล้อง</strong><br />
1. ไม่เก็บกล้องไว้ในที่ชื้น เพราะความชื้นนอกจากจะเป็นศัตรูตัวสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราหรือฝ้าที่เลนส์แล้วยังอาจทำให้ระบบภายในตัวกล้องเสียหายได้อีกด้วย เนื่องจากกล้องดิจิตอลจะต้องใช้ไฟฟ้าทำงานในทุกๆ ระบบ<br />
2. อย่าเก็บกล้องไว้ในที่มีความสั่นสะเทือนมากๆเป็นเวลานานๆ เพราะอาจจะทำให้ระบบกลไกภายในเสียหายได้<br />
3. ห้ามใช้กล้องบริเวณที่มีละอองน้ำหรือฝนตกและไม่จับกล้องด้วยมือเปียก ยกเว้นกล้องบางรุ่นที่ระบุว่ากล้องกันน้ำหรือ กล้องที่สวม HOUSING แล้วเท่านั้น ทั้งนี้รวมไปถึงห้ามใส่แบตเตอรี่และการ์ดด้วยมือที่เปียกน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบการทำงานภายในเสียหายอย่างถาวรได้<br />
4. อย่าเก็บกล้องไว้ในที่มีอุณหภูมิสูงหรือถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบภายในเสียหายโดยเฉพาะอิมเมจเซ็นเซอร์ และห้ามเล็งกล้องไปที่ดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้ามากๆ เพราะอาจทำให้ตัวรับภาพคือ อิมเมจเซ็นเซอร์เสียหายอย่างถาวรได้<br />
5. การเก็บกล้องดิจิตอลที่ดีจะต้องเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นปราศจากฝุ่นละอองและจะต้องไม่ลืมถอดแบตเตอรี่และการ์ดบันทึกออกจากตัวกล้องทุกครั้ง หากไม่ได้ใช้กล้องเป็นเวลานาน ๆ<br />
6. ห้ามเก็บกล้องรวมไว้กับลูกเหม็นหรือสารเคมีอื่นๆ ที่ระเหยง่ายและห้ามเก็บกล้องรวมไว้กับเสื้อผ้าหรือในตู้เก็บเอกสาร เพราะทั้งเสื้อผ้าและกระดาษเก็บความชื้นได้สูงมาก<br />
7. เมื่อไม่ได้ใช้กล้องเป็นเวลานานๆ ควรนำกล้องมาเช็คระบบบ้างเป็นครั้งคราว โดยการถ่ายภาพจริงอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบและยืดอายุของตัวกล้อง<br />
8. เมื่อนำกล้องออกจากที่เย็น เช่น ห้องแอร์ไม่ควรถ่ายภาพทันที แต่ควรรอให้ตัวกล้องมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิภายนอกเสียก่อน</p>
<p><strong>ข้อแนะนำ</strong>ข้างต้นเรื่องการดูแลรักษาเลนส์และการดูแลรักษาตัวกล้อง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลรักษากล้องดิจิตอล ยังมีเรื่องการดูแลรักษาสื่อบันทึกข้อมูล แบตเตอรี่และอุปกรณ์ของกล้องอื่น ๆ อีก แต่สำหรับเลนส์และตัวกล้องเป็นสิ่งสำคัญของกล้อง จึงเลือกมานำเสนอใน 2 ส่วนนี้ก่อน</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://cc.swu.ac.th/ccnews/content/e1624/e1625/e2418/e2437/index_th.html">http://cc.swu.ac.th/</a>                                                                                   </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/keep-camera/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การถ่ายภาพระยะใกล้ (Close up)</title>
		<link>http://camera.kapook.com/close-up/</link>
		<comments>http://camera.kapook.com/close-up/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 10:10:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>siriporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องโลโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคากล้องดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://camera.kapook.com/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป อ่าน บทความ กล้อง เช็ค ราคากล้อง ราคากล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ กล้องวงจรปิด ขายกล้อง กล้องมือสอง และอีกมากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การถ่ายภาพระยะใกล้ (Close up)<br />
การถ่ายภาพระยะใกล้เป็นการถ่ายภาพวัตถุสิ่งของที่มีขนาดเล็กหรือเลือกถ่ายภาพเฉพาะบางส่วนของวัตถุ<br />
ในระยะใกล้ให้มองเห็นส่วนละเอียดต่าง ๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ถ่ายภาพเหรียญ แมลง ลายไม้ ดอกไม้<br />
หรือวัตถุสิ่งของที่มีขนาดเล็กต่าง ๆ</p>
<p>การถ่ายภาพระยะใกล้ต้องมีอุปกรณ์ดังนี้<br />
1. กล้องถ่ายภาพ นิยมใช้กล้องแบบสะท้อนเลนส์เดี่ยว ซึ่งจะไม่เกิดความเหลื่อมขณะมองภาพที่ช่องเล็งภาพ<br />
2. เลนส์ที่ใช้ควรเป็นเลนส์แมโคร (Macro) แต่ถ้าสีเลนส์มาตรฐานก็สามารถใช้เลนส์ถ่ายใกล้ (Close – up<br />
lens) ชนิดสวมใส่หน้าเลนส์แบบแผ่นกรองแสง (Filter) ทั่วไป หรืออาจใช้กระบอกต่อ (Extension tube)<br />
หรือใช้ส่วนพับยืด (Bellow) ต่อคั่นระหว่างเลนส์กับตัวกล้อง<br />
3. ขาตั้งกล้อง<br />
4. สายไกชัตเตอร์<br />
การปรับหาระยะความคมชัดของการถ่ายภาพแบบนี้ค่อนข้างยาก เพราะเลนส์มีช่วงความชัดสั้นมาก ระยะหน้า<br />
และระยะหลังของวัตถุจะพร่ามัว ดังนั้น ควรจะปิดรูรับแสงให้แคบเพื่อให้ภาพที่ได้มีความชัดลึก</p>
<p>การถ่ายภาพดอกไม้<br />
ภาพดอกไม้จะแสดงให้เห็นถึงลักษณะ รูปทรง รูปร่าง และสีสันที่สวยงาม สามารถเน้นให้เห็นลวดลายของกลีบดอก<br />
ตลอดจนแนวเส้นของกิ่งก้านช่วยให้ภาพมีความงดงาม  โดยเฉพาะการถ่ายภาพดอกไม้ในระยะใกล้จะให้สีตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น<br />
ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ป่าหรือดอกไม้ที่ปลูกไว้ตามบ้านเรือน เวลาที่เหมาะสมในการถ่ายภาพดอกไม้ ควรเป็นเวลาเช้า<br />
เพราะดอกไม้จะให้ความรู้สึกสดชื่น หากมีหยดน้ำค้างเกาะอยู่ตามกลีบดอกหรือหาน้ำหวานหรือน้ำผึ้งหยอดลงบนดอกไม้<br />
เพื่อล่อให้ผึ้งหรือแมลงมาตอมก็จะได้ภาพที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แสงที่ใช้ในการถ่ายภาพดอกไม้ควรเป็นแสงธรรมชาติ<br />
โดยจัดให้แสงเข้าทางด้านข้าง ถ้าเป็นดอกไม้ชนิดที่ควรเน้นให้เห็นลักษณะความบางและโครงสร้างของกลีบดอก<br />
ควรให้แสงส่องจากด้านหลังของดอกไม้และจัดให้พื้นหลังมีสีค่อนข้างเข้ม และต้องระวังอย่าให้แสงทวนเข้าที่หน้าเลนส์ของกล้อง<br />
การถ่ายภาพดอกไม้ ควรต้องใช้ขาตั้งกล่าวเพื่อช่วยในการปรับประยะความคมชัดที่แน่นอน พยายามจัดมุมกล้อง เพื่อหลีกเลี่ยง<br />
ฉากหลังที่รกรุงรัง หรือแก้ไขโดยใช้กระดาษสีเทาหรือสีดำไปวางไว้ทางด้านหลังของดอกไม้ โดยใช้สีของกระดาษ<br />
ให้ตัดกับสีของดอกไม้ เพื่อความเด่นชัดหรืออาจใช้วิธีเปิดช่องรับแสงให้กว้างเพื่อจะได้ฉากหลังที่พร่ามัว อาจใช้เลนส์ถ่ายไกล<br />
หรือเลนส์ซูมก็จะช่วยให้ได้ภาพดอกไม้ที่มีลักษณะเด่นชัดเฉพาะ สวยงามอีกแบบหนึ่ง</p>
<table>
<tr>
<td>
<img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/166694_bumblebee_on_a_cosmea.jpg" alt="" title="166694_bumblebee_on_a_cosmea" width="300" height="224" class="aligncenter size-full wp-image-82" /></td>
<td><img src="http://camera.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/1080833_rainbow.jpg" alt="" title="1080833_rainbow" width="235" height="224" class="aligncenter size-full wp-image-85" /></td>
</tr>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://camera.kapook.com/close-up/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
