Posted by siriporn on Jan 16, 2009 in
Uncategorized

ตอนที่ผมเริ่มหัดถ่ายภาพใหม่ๆ พอได้ยินคำว่า ชดเชยแสง “โอเวอร์ – อันเดอร์” ผมก็งงครับ ไม่รู้อะไรกันนะ ?
และก็เคยได้ยินว่า “อย่าไปใช้เลย… การวัดแสงเฉพาะจุด เพราะถ้าวัดพลาดมันจะทำให้รูปเสียเลย”
หรือ “วัดแสงเหรอ ไม่ต้องคิดอะไรมาก วัดที่หลังมือเรานั่นแหละ เทากลาง”
หรือไม่ก็ “เห็นใบไม้สีเขียวนั้นไม๊ ? นั่นแหละ เทากลางหละ วัดตรงนั้นแล้วใช้ได้เลย”
หลังจากนั้น ผมก็ค่อยๆ เริ่มทำความเข้าใจกับระบบวัดแสง ทีละนิด ทีละหน่อย ตามหนังสือ หรือสื่อต่างๆ ที่พอจะหาได้ มาถึงตอนนี้ ผมก็พอจะเข้าใจบ้างว่ามันคืออะไร ทำอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร เลยอยากจะลองบอกเพื่อนๆ ที่เริ่มอยากรู้ เคยสงสัย หรือกำลังอยากเข้าใจในเรื่องนี้ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อย ในที่นี้ผมขอพูดถึงระบบการวัดแสงเฉพาะจุดอย่างเดียวเลยนะครับ เพราะว่าระบบอื่นๆ ก็จะขึ้นอยู่กับ ความสามารถของกล้องแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเฉลี่ยๆ กี่ส่วนต่อกี่ส่วน ก็แล้วแต่บริษัทผู้ผลิตจะมีเทคโนโลยีในการผลิตกันอย่างไร

:: สีเทากลาง ::
เรื่องมันยาวหน่อยนะครับ ขอให้ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำความเข้าใจ ลองปฏิบัติตามที่แนะนำ รับรองครับว่า ต้องเข้าใจแน่ๆ แต่ถ้าไม่เข้าใจ ก็ต้องโทษตัวผมหละครับที่เขียนไม่รู้เรื่องเอง อิอิ ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
เรื่องแรกผมของพูดถึง “สีเทา 18%” ก่อนเลยนะครับ “สีเทา 18%” ก็คือค่าของสีเทา ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ขาวกับดำ จะเรียกกันในภาษาของนักถ่ายภาพว่า “สีเทากลาง” ก็คือ ค่าสีมาตรฐานที่กล้องทุกๆ ตัว ใช้เป็นค่าในการวัดแสงกระทบจากวัตถุต่างๆ ที่เราเล็งจุดวัดแสงไปยังสิ่งที่ต้องการ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเรามาลองของจริงกันเลยนะครับ ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ ต้องลองทำตามนะครับ หยิบกล้องขึ้นมาปรับโหมดการถ่ายภาพไปที่ ” P ” และปรับระบบวัดแสงเป็นระบบ “เฉพาะจุด” ถ้าไม่รู้ว่าการวัดแสงแบบเฉพาะจุดอยู่ตรงไหน ในกล้องมีระบบนี้หรือไม่ ได้เปิดคู่มือดูนะครับ มีแน่นอน

:: วัตถุสีสว่าง ::
ต่อจากนั้นก็ลองหาวัตถุสีขาว เช่นกระดาษขาว หรือผนังสีขาว แล้วยกกล้องถ่ายภาพเล็งไปยังวัตถุ โดยให้วัตถุนั้น เต็มเฟรมที่ต้อง การถ่ายภาพ แล้ว กดชัตเตอร์ลงครึ่งนึงก่อน เพื่อทำการวัดแสง โดยยังไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นจากนั้นก็กดชัตเตอร์ลงไปเลยเราก็จะได้ภาพสีเทาๆ มาหนึ่งภาพดังรูปตัวอย่าง

:: วัตถุสีเข้ม ::
ต่อไป เราหาวัตถุสีดำๆ หรือกระเป๋ากล้องก็ได้ครับ ( ส่วนใหญ่จะสีดำ ) ทำเหมือนครั้งแรก คือโหมด “P” และ ” เฉพาะจุด ” กดครึ่งนึงเพื่อวัดแสง และกดถ่ายภาพ เราก็จะได้วัตถุสีเทาๆ มาอีกภาพหนึ่งดังรูปตัวอย่าง สองภาพนี้ ด้านซ้าย เป็นวัตถุที่ต้องการถ่าย ตรงกลางคือสีเทากลางที่กล้องคำนวน ภาพขวาคือภาพที่กล้องคำนวนแสง และถ่ายทอดออกมานะครับ
ที่เราได้รูปสีเทาๆ มาดังตัวอย่างทั้งสองภาพข้างต้นนี้ ก็เพราะว่า ระบบวัดแสงของกล้อง ไม่ว่าจะให้มองอะไร ก็จะมองเห็นเป็นสีเทา และถ่ายภาพสีเทาที่กล้องมองเห็นมาให้เราดูกันเป็นขวัญตาหละครับ
ก่อนจะถึงขั้นต่อไป มีคำถามครับจากตัวอย่างข้างต้น
ถ้าต้องการถ่ายภาพวัตถุสีขาว ให้ขาวเหมือนจริง คิดว่าจะต้องทำอย่างไร ?
ถ้าต้องการถ่ายภาพให้วัตถุสีดำ ให้ดำเหมือนจริง คิดว่าจะต้องทำอย่างไร ?
คิดแล้วค้นหาคำตอบไว้ในใจก่อนนะครับ แล้วค่อยดูกันต่อไป…
เขียนโดย Snake
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.cameraeyes.net
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล
Posted by siriporn on Jan 6, 2009 in
Uncategorized
ส่วนประกอบที่สำคัญของเลนส์ที่ควรทำความเข้าใจคือ รูรับแสงของเลนส์ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปสู่ตัวรับภาพหรือฟิล์ม ขนาดของรูรับแสงมีผลต่อภาพที่บันทึกได้ รวมไปถึงมีผลกับสภาพแสงที่ใช้ในการบันทึกภาพด้วย

ขนาดของรูรับแสงจะแสดงเป็นตัวเลขไว้ที่ขอบเลนส์ด้านหน้าที่เดียวกับตัวเลขที่แสดงค่าทางยาวโฟกัสของเลนส์ เช่น 35mm. 1:2.8 หมายถึงว่าเลนส์ตัวนี้มีขนาดของรูรับแสงกว้างสุดเท่ากับ f/2.8 เลนส์แต่ละตัวจะมีรูรับแสงกว้างสุดไม่เท่ากัน เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าเลนส์ที่มีรูรับแสงเริ่มต้นแคบกว่า ประโยชน์หลักๆ ของขนาดรูรับแสงที่กว้างคือ การใช้งานในสภาพแสงน้อยๆ ที่ดีกว่า เพิ่มโอกาสในการบันทึกภาพให้มากขึ้น ปรับโฟกัสได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญทำให้ฉากหลังเบลอได้ง่ายขึ้นด้วย
รูรับแสงของเลนส์โดยทั่วๆ ไปหากเป็นเลนส์ฟิกซ์ในตัวกล้องจะมีขอบเขตที่จำกัด โดยกล้องจะระบุอยู่ในสเปค หรือในคู่มือของกล้อง ในขณะที่เลนส์ที่ใช้ในกล้อง SLR จะมีค่าเริ่มต้นตั้งแต่ f/1.4 – f/4.5 และจะไล่ลำดับกันออกไปจนถึง f/22 โดยปกติแล้วในกล้องคอมแพคจะเลือกขนาดรูรับแสงให้อัตโนมัติ สำหรับกล้องที่ให้ผู้ใช้เลือกปรับขนาดของรูรับแสงได้จะมีฟังชั่นการบันทึกภาพให้เลือกใช้คือระบบบันทึกภาพแบบ Aperture Priority
ดังเห็นได้จากภาพว่าตัวเลขยิ่งสูง ขนาดของรูรับแสงจะยิ่งแคบลง ซึ่งหมายความว่าปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปยิ่งน้อยมากขึ้น การเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับสภาพแสงและลักษณะของภาพที่ต้องการบันทึกเป็นหลักใหญ่ เนื่องจากขนาดของรูรับแสงมีผลต่อลักษณะของภาพที่บันทึกได้
ระยะโฟกัสภาพ – ความชัดลึกของภาพ

ก่อนที่จะพูดถึงความชัดลึกของภาพ เราควรทำความเข้าใจกับลักษณะการบันทึกภาพโดยทั่วๆ ไปก่อนว่า โดยปกติแล้วเมื่อเราบันทึกภาพหนึ่งภาพนั้นจะมีส่วนของภาพที่เราปรับโฟกัส หรือส่วนที่คมชัดที่สุดของภาพอยู่ส่วนหนึ่งเสมอ ในขณะที่ส่วนที่เหลือบางครั้งก็ชัดมากน้อยแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงความชัดลึกของภาพ เราจะหมายถึงส่วนที่อยู่นอกกรอบโฟกัสของภาพว่าจะมีระยะของความชัดมาก – น้อยเพียงใด แต่ในการที่ภาพที่ถ่ายออกมาได้ไม่มีส่วนใดที่ชัด หรือเบลอหมดทั้งภาพนั้น ไม่เกี่ยวกับระยะชัดลึก- ชัดตื้นของภาพแต่เป็นเพราะภาพยังไม่ได้โฟกัสหรือมีการเคลื่อนไหวขณะบันทึกภาพ

ทีนี้ลองมาดูกันว่าเมื่อเราเล็งกล้องไปยังวัตถุที่จะทำการบันทึก และทำการปรับโฟกัสภาพจนมีความคมชัดดีแล้ว (หรือใช้ระบบออโต้โฟกัสก็ได้) จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังของจุดที่เราปรับโฟกัสนั้นปรากฏชัดไปด้วย บริเวณหรือส่วนของภาพในช่วงนี้ที่เราเรียกว่า ช่วงความชัดของภาพ เมื่อช่วงนี้แคบเราเรียกว่าชัดตื้น (ส่วนที่ชัดมีน้อย) เมื่อช่วงนี้กว้างเราเรียกว่าชัดลึก (ส่วนที่ชัดมีมาก)
 |
 |
ขนาดของรูรับแสงที่เราพูดถึงข้างต้นซึ่งให้ความชัดลึกชัดตื้นต่างกันหมายถึงในส่วนนี้ หากใช้ขนาดของรูรับแสงที่กว้างในการบันทึกภาพ ภาพของเราก็จะมีส่วนที่ปรับโฟกัสไว้ซึ่งจะมีความคมชัดดี ในขณะเดียวกันฉากหลังก็จะเบลอไปทำให้เราสามารถกำจัดสิ่งที่รกรุงรังหรือทำให้วัตถุที่อยู่ในภาพดูโดดเด่นขึ้นได้ ในขณะเดียวกันบางครั้งเราต้องการบันทึกภาพวิว ทิวทัศน์ หรือสถาปัตยกรรม ที่เราต้องการความคมชัดทั้งภาพ เราก็สามารถเลือกขนาดของรูรับแสงที่แคบลงมาเพื่อให้ได้ภาพที่มีความชัดลึกมากๆ ทั้งนี้การเลือกขนาดของรูรับแสงขึ้นอยู่กับปริมาณแสงในขณะบันทึกภาพด้วย นักถ่ายภาพส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้กลไกสองอย่างในการสร้างภาพ คือรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะต้องทำงานประสานกันอยู่แล้วในการบันทึกภาพ ดังนั้นการทำความเข้าใจกับรูรับแสงและลักษณะการใช้งานจะช่วยให้เราสามารถลองสร้างภาพในมุมมองใหม่ๆ ได้ง่ายมากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dpinfocus.com
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล