Posted by siriporn on Nov 28, 2008 in
Uncategorized

แคนนอน เผยโฉมชิปอัจฉริยะ “DIGIC 4” พร้อมเปิดตัวทัพสินค้าใหม่ 17 รุ่น
แคนนอน ตอกย้ำความเป็นหนึ่งด้านเทคโนโลยี เปิดตัว “DIGIC 4” (ดิจิกโฟร์) สุดยอดนวัตกรรมชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะความเร็วสูงรุ่นใหม่ ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอนที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อการถ่ายภาพอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างยิ่งใหญ่ภายในงานทั้งหมด 17 รุ่น ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กล้องคอมแพคดิจิตอล กล้องดิจิตอล เอสแอลอาร์ กล้องวีดีโอ และเครื่องพิมพ์ภาพประสิทธิภาพสูง โดยมี พรีเซนเตอร์ พอลล่า เทเลอร์ ที่ดึงเหล่านักแสดงและเซเลปคนดัง ปอ-ทฤษฎี บี๋ – ธีรพงษ์ น้องกาย-นวพล ลำพูน ณัฐ – เทพหัสดิน ณ อยุธยา และผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ย้ง – ทรงยศ มาร่วมเปิดเผยสไตล์ที่แท้จริงในแบบฉบับของแคนนอนกันอย่างคับคั่ง
นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวในโอกาสนี้ว่า แคนนอนมีความมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุดมาโดยตลอด รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำทันต่อโลกยุคใหม่ที่ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ และตอบสนองการใช้งานอันหลากหลายยิ่งขึ้น โดยแคนนอนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้บริโภคตลอดมา จนสามารถครองอันดับหนึ่งในธุรกิจกล้องดิจิตอล ที่รวมทั้งกล้อง
แบบ SLR และแบบคอมแพค ด้วยส่วนแบ่งตราสินค้า (Brand Share) ในตลาดสูงถึง 27% มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2550 จนถึงปัจจุบัน
“ครั้งนี้ แคนนอนมีความภูมิใจอย่างยิ่งในการนำเสนอเทคโนโลยี DIGIC 4 นวัตกรรมล่าสุดของแคนนอน
ที่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากเทคโนโลยี DIGIC III ให้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อการถ่ายภาพบุคคลโดยเฉพาะ โดยผู้ใช้จะได้สัมผัสกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูงกว่าชิปประมวลผลภาพ
DIGIC lll ถึง 1.3 เท่า พร้อมคุณสมบัติเด่น ได้แก่ การตรวจจับใบหน้า (Face detection technology) การโฟกัสวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว พร้อมบันทึกภาพอย่างแม่นยำ (Servo AF) การปรับค่าแสงอัตโนมัติ (Intelligent Contrast Correction) เพื่อภาพที่สวยเป็นธรรมชาติ ไม่มืด หรือสว่างจนเกินไป และการลดสัญญาณรบกวนภาพ (Noise Reduction) ทำให้ภาพคมชัดทุกรายละเอียด”
นอกเหนือจาก DIGIC 4 แล้ว แคนนอนยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มกล้องดิจิตอล กล้องวิดีโอ และเครื่องพิมพ์แบบพกพา ถึง 17 รุ่น โดยในจำนวนนี้จะมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC 4 6 รุ่น ได้แก่ กล้อง D-SLR EOS รุ่น 50 D กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค IXUS รุ่น 980IS และIXUS 870IS กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค PowerShot รุ่น G10 รุ่น SX1 IS และ รุ่น SX10 IS ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกรุ่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เติมเต็ม
ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างครบครัน ด้วยรูปลักษณ์ ดีไซน์ สีสัน ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยแคนนอนแบ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวรุ่นต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ) กลุ่ม PROFESSIONAL : ทรงประสิทธิภาพความสามารถใช้งานรอบด้านคุณภาพระดับมืออาชีพด้วย DIGIC 4 ในกล้องดิจิตอล D-SLR EOS 50D ความละเอียด 15.1 ล้านพิกเซล บันทึกภาพฉับไวด้วยความเร็วในการ
ถ่ายภาพต่อเนื่อง 6.3 เฟรมต่อวินาที ติดต่อกันสูงสุดถึง 90 ภาพ พร้อมจอ VGA LCD ขนาด 3 นิ้ว ควบคุมการทำงานด้วยหน่วยประเมินผลอัจฉริยะ DIGIC 4 และ PowerShot G10 ที่มาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 14.7 ล้านพิกเซล และเลนส์กว้าง 28 มม. ออพติคอลซูม 5 เท่า รวมถึง PowerShot SX1 IS และ SX10 IS ที่มาพร้อมกับ
นวัตกรรมใหมล่าสุดที่รวมกล้องถ่ายภาพ และถ่ายวีดีโอระดับ Full HD ความละเอียดสูง1920 x 1080 ไว้ในกล้องเดียว ในขณะที่ PowerShot SX110 IS เน้นพลังซูมระยะไกลสูงถึง 10 เท่า
2.) กลุ่ม YOUNG GENERATION : แคนนอน เอาใจวัยรุ่นชื่นชอบดีไซน์ และมีไลฟ์สไตล์ที่สนุกสดใส ด้วยกล้องดิจิตอล PowerShot E1 สีหวานสดใสโดดเด่นในสไตล์พาสเทล มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ ขาววานิลลา
ฟ้าอควาบลู และชมพูคอตตอน เก็บทุกรายละเอียดคมชัดด้วยความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชั่น
Easy Mode เพื่อการถ่ายภาพสวยอย่างง่ายได้ พร้อมกับเครื่องพิมพ์ภาพแบบพกพา 4 รุ่น ได้แก่ Selphy CP760
เพื่อการพิมพ์รูปทั่วไป Selphy CP770 ดีไซน์ใหม่ สีสันสดใส Selphy ES3 และ Selphy ES30 พิมพ์ภาพและ
ออกแบบงานพิมพ์ภาพได้หลากหลายรูปแบบ
3.) กลุ่ม FASHIONISTA : ชูจุดเด่นกล้องเทคโนโลยีมีสไตล์สำหรับผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และดีไซน์
ทันสมัย ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี DIGIC 4 เข้ากับดีไซน์สุดล้ำอย่างลงตัวกับกล้องดิจิตอล IXUS 870 IS
(สีเงิน และทอง) มาพร้อมกับเลนส์ออปติคัลมุมกว้าง 28 มม. ซูม 4 เท่า และ IXUS 980 IS สะดุดตาด้วยดีไซน์โค้งมน (สีดำ และเงิน) ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 14.7 ล้านพิกเซล พร้อม Manual mode ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์และช่องรับแสงได้ตามต้องการ และ Quick Shot mode ให้สามารถใช้ช่องมองภาพแบบ
ออปติคัลจับภาพและปรับโฟกัส ได้รวดเร็ว
4.)กลุ่ม SMART BUYER : กล้องดิจิตอล PowerShot A1000IS และ A2000IS คือกล้องที่ตอบสนอง
ความต้องการของผู้บริโภคที่แสวงหากล้องที่พร้อมจะตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
เพราะเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพ็คที่ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 10 ล้านพิกเซล ออปติคัลซูม 4 เท่า พร้อมปรับ
ความไวแสงอัตโนมัติด้วยค่า ISO สูงถึง 80 – 1600 เพื่อการถ่ายภาพคมชัดในทุกสถานการณ์
5.) กลุ่ม VIDEO LOVER : แคนนอนแนะนำกล้องวิดีโอดิจิตอล HF11 HG20 และ HG21 ที่ทรงพลังด้วยเทคโนโลยี True Full High Definition ให้ภาพคมชัดทุกอณูรายละเอียด อีกทั้งยังบันทึกภาพจุใจด้วยระบบ
Dual Flash Memory ให้ความจุในตัวสูงด้วยเมมโมรี่ขนาด 32 GB และรองรับเมมโมรี่การ์ดแบบ SDHC ในรุ่น HF 11 และฮาร์ดไดรฟ์ในตัวความจุ 60 GB ในรุ่น HG 20 และ 120 GB ในรุ่น HG 21 โอนถ่ายข้อมูลภาพได้รวดเร็ว พร้อมเลนส์แบบ HD Video ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอนที่ให้พลังซูมสูงถึง 12 เท่า ในรูปทรงกระทัดรัด
น้ำหนักเบา
ในโอกาสนี้ แคนนอนได้เชิญเหล่านักแสดงและผู้มีชื่อเสียง ร่วมเป็นตัวแทนผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ดังนี้
1.) ช่างภาพมืออาชีพ บี๋ – ธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์ เป็นตัวแทนของผู้บริโภคกลุ่ม Professional.
2.) นายแบบหนุ่มรุ่นใหม่ กาย- นวพล ลำพูน ลูกชายสุดหล่อของ มาช่า วัฒนพานิช เป็นตัวแทนของกลุ่ม Young Generation
3.) หนุ่มหล่อเนี๊ยบมีสไตล์ ณัฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นตัวแทนกลุ่ม Fashionista ตัวจริง
4.) พระเอกหนุ่ม ปอ-ทฤษฎี สหวงศ์ เป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือกแบบ
Smart Buyer
5.) ย้ง – ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับไฟแรงจากภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เด็กหอ และปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น เป็นตัวแทนของผู้ที่ชื่นชอบการด้านถ่ายวีดีโอ และเทคโนโลยีทันสมัยแบบ Full HD
“ปีนี้ทางบริษัทตั้งเป้าไว้ว่าด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่จากแคนนอน บริษัทฯ จะสามารถบรรลุเป้าหมาย
การเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มการถ่ายภาพและการพิมพ์ภาพที่ 19%” วรินทร์กล่าวสรุป
ทดสอบประสิทธิภาพอันทรงพลังของเทคโนโลยี DIGIC 4 และผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 17 รุ่นไ ด้ที่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนอย่างเป็นทางการทุกแห่งทั่ว
ขอบคุณข้อมูล http://www.klongdigital.com
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล
Posted by siriporn on Nov 17, 2008 in
Uncategorized
Canon G10 กล้องระดับ DSLR ในรูปร่างหน้าตาแบบ Compact พกสะดวก
ท่ามกลางกระแสดิจิตอลที่โหมกระหน่ำก่อนงาน Photokina ที่เยอรมันอาทิตย์หน้า
Canon ได้เปิดตัวกล้อง compact แต่คุณภาพ+คุณสมบัติ ยิ่งกว่าโปรในระดับ DSLR โดยเป็นรุ่น G10 ตัวใหม่เอี่ยม

สเป็คคร่าว ๆ
- ไฟล์ใหญ่ถึง 14.7 เม็กฯ
- เลือกขนาดภาพได้ถึง 8 ความละเอียด
- ใช้โปรแซสเซอร์ใหม่ล่าสุด Digic 4
- จอ LCD II ด้านหลังกว้าง 3 นิ้ว ความละเอียด 461K.
- สปีดสูงสุด 1/4000 วิ.
- ระบบออโต้ 26 โหมด
- ถ่าย VDO ได้ 3 ระดับความละเอียด
- ที่สำคัญ ใช้เลนส์ไวด์ถึง 28 มม. – 140 มม.
- และอื่น ๆ อีกมากมาย
เห็นสเป็คแล้ว เรียกว่าเป็นกล้องคอมแพ็ค ระดับ เทพ มาเกิดเลยที่เดียว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiblades.com/
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล
Posted by siriporn on Nov 13, 2008 in
Uncategorized
ท่านเคยพบปัญหา การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลตอนที่ซื้อมาแรกๆ ถ่ายภาพออกมาดี ชัดเจน แต่พอใช้ๆ ไปนานๆ แล้วภาพกลับออกมาไม่สวย สีสันเพี้ยน หรือภาพไม่คมชัด ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้เอาออกไปใช้สักเท่าไหร่ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านไม่ได้ดูแลรักษากล้องของท่านให้ดี มันก็จะอยู่กับท่านไม่นาน ดังนั้นผู้เขียนจึงเล็งเห็นว่าปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆ จัดซื้อกล้องดิจิตอลกันมากขึ้น และเพื่อให้กล้องที่ถ่ายรูปสวยๆ อยู่กับเรานานๆ ในบทความนี้จะกล่าวถึงการดูแลรักษากล้องดิจิตอลและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเป็นความรู้ในการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป
การดูแลรักษาเลนส์
ถ้ากล้องที่ดีแต่มีเลนส์ที่ไม่ดี ต่อให้กล้องรุ่นนั้นดีขนาดไหน ราคาแพงขนาดไหนก็ไม่สามารถถ่ายรูปมาดีได้ ดังนั้นกล้องดี ๆ ราคาแพงๆ จะใช้เลนส์คุณภาพสูงด้วย จึงมีความจำเป็นต้องทราบถึงวิธีการดูแลรักษาเลนส์ว่าจะต้องทำอย่างไร
1. กล้องที่หน้าเลนส์มีเกลียวสำหรับสวมฟิลเตอร์ได้เช่น OLYMPUS E-10 ควรหาฟิลเตอร์มาสวมไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการขูดขีดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องเป็นฟิลเตอร์ที่มีคุณภาพดี ประเภท multicoated จึงจะไม่ลดทอนคุณภาพของเลนส์หรือลดทอนลงน้อยที่สุด เช่น ฟิลเตอร์ UV HMC ของ HOYA เป็นต้น
2. ก่อนทำความสะอาดเลนส์จะต้องใช้ลูกยางเป่าลมเป่าฝุ่นละอองออกจากหน้าเลนส์ก่อนทุกครั้ง ห้ามใช้ปากเป่าโดยเด็ดขาด ส่วนการเช็ดเลนส์แนะนำให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเท่านั้น หรือใช้ผ้าเช็ดเลนส์เนื้อนุ่มที่สะอาดและแห้ง (ห้ามใช้ผ้าเช็ดเลนส์แว่นตาหรือผ้าชามัวร์) จากนั้นใช้ลูกยางเป่าลมทำความสะอาดอีกครั้ง
3. การเช็ดเลนส์หรือทำความสะอาดเลนส์ทั่วๆไปไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ แต่ถ้าหากเลนส์มีความมันหรือสกปรกมากๆให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ชุบน้ำยาเช็ดเลนส์ที่มีคุณภาพดี เช่น ของโกดัก พอหมาดๆเช็ดวนจากบริเวณตรงกลางออกไปรอบนอกและไม่ควรใช้กระดาษเช็ดเลนส์เช็ดซ้ำที่เดิม หากต้องเช็ดซ้ำให้เปลี่ยนกระดาษชิ้นใหม่เสมอการเช็ดเลนส์ทุกครั้งห้ามออกแรงกดหรือขัดผิวเลนส์อย่างเด็ดขาด
4.หากผิวเลนส์มีละอองน้ำติดอยู่ให้รีบเช็ดออกทันที เพราะถ้าหากทิ้งไว้นานคราบละอองน้ำเหล่านี้จะเช็ดไม่ออกและทำให้โคทเลนส์เสียหายได้ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุของการเกิดเชื้อราบนหน้าผิวเลนส์ด้วย
5.อย่าใช้นิ้วมือแตะหน้าเลนส์ เพราะความมันที่นิ้วมือจะทำให้เลนส์สกปรก เช็ดออกยาก และห้ามใช้แอลกอฮอล์ หรือ ทินเนอร์เช็ดเลนส์โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โคทเลนส์เสียหายได้ รวมไปถึงขอบเลนส์ที่เป็นพลาสติกด้วย
การดูแลรักษาตัวกล้อง
1. ไม่เก็บกล้องไว้ในที่ชื้น เพราะความชื้นนอกจากจะเป็นศัตรูตัวสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราหรือฝ้าที่เลนส์แล้วยังอาจทำให้ระบบภายในตัวกล้องเสียหายได้อีกด้วย เนื่องจากกล้องดิจิตอลจะต้องใช้ไฟฟ้าทำงานในทุกๆ ระบบ
2. อย่าเก็บกล้องไว้ในที่มีความสั่นสะเทือนมากๆเป็นเวลานานๆ เพราะอาจจะทำให้ระบบกลไกภายในเสียหายได้
3. ห้ามใช้กล้องบริเวณที่มีละอองน้ำหรือฝนตกและไม่จับกล้องด้วยมือเปียก ยกเว้นกล้องบางรุ่นที่ระบุว่ากล้องกันน้ำหรือ กล้องที่สวม HOUSING แล้วเท่านั้น ทั้งนี้รวมไปถึงห้ามใส่แบตเตอรี่และการ์ดด้วยมือที่เปียกน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบการทำงานภายในเสียหายอย่างถาวรได้
4. อย่าเก็บกล้องไว้ในที่มีอุณหภูมิสูงหรือถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบภายในเสียหายโดยเฉพาะอิมเมจเซ็นเซอร์ และห้ามเล็งกล้องไปที่ดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้ามากๆ เพราะอาจทำให้ตัวรับภาพคือ อิมเมจเซ็นเซอร์เสียหายอย่างถาวรได้
5. การเก็บกล้องดิจิตอลที่ดีจะต้องเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นปราศจากฝุ่นละอองและจะต้องไม่ลืมถอดแบตเตอรี่และการ์ดบันทึกออกจากตัวกล้องทุกครั้ง หากไม่ได้ใช้กล้องเป็นเวลานาน ๆ
6. ห้ามเก็บกล้องรวมไว้กับลูกเหม็นหรือสารเคมีอื่นๆ ที่ระเหยง่ายและห้ามเก็บกล้องรวมไว้กับเสื้อผ้าหรือในตู้เก็บเอกสาร เพราะทั้งเสื้อผ้าและกระดาษเก็บความชื้นได้สูงมาก
7. เมื่อไม่ได้ใช้กล้องเป็นเวลานานๆ ควรนำกล้องมาเช็คระบบบ้างเป็นครั้งคราว โดยการถ่ายภาพจริงอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบและยืดอายุของตัวกล้อง
8. เมื่อนำกล้องออกจากที่เย็น เช่น ห้องแอร์ไม่ควรถ่ายภาพทันที แต่ควรรอให้ตัวกล้องมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิภายนอกเสียก่อน
ข้อแนะนำข้างต้นเรื่องการดูแลรักษาเลนส์และการดูแลรักษาตัวกล้อง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลรักษากล้องดิจิตอล ยังมีเรื่องการดูแลรักษาสื่อบันทึกข้อมูล แบตเตอรี่และอุปกรณ์ของกล้องอื่น ๆ อีก แต่สำหรับเลนส์และตัวกล้องเป็นสิ่งสำคัญของกล้อง จึงเลือกมานำเสนอใน 2 ส่วนนี้ก่อน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://cc.swu.ac.th/
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล
Posted by siriporn on Nov 5, 2008 in
Uncategorized
การถ่ายภาพระยะใกล้ (Close up)
การถ่ายภาพระยะใกล้เป็นการถ่ายภาพวัตถุสิ่งของที่มีขนาดเล็กหรือเลือกถ่ายภาพเฉพาะบางส่วนของวัตถุ
ในระยะใกล้ให้มองเห็นส่วนละเอียดต่าง ๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ถ่ายภาพเหรียญ แมลง ลายไม้ ดอกไม้
หรือวัตถุสิ่งของที่มีขนาดเล็กต่าง ๆ
การถ่ายภาพระยะใกล้ต้องมีอุปกรณ์ดังนี้
1. กล้องถ่ายภาพ นิยมใช้กล้องแบบสะท้อนเลนส์เดี่ยว ซึ่งจะไม่เกิดความเหลื่อมขณะมองภาพที่ช่องเล็งภาพ
2. เลนส์ที่ใช้ควรเป็นเลนส์แมโคร (Macro) แต่ถ้าสีเลนส์มาตรฐานก็สามารถใช้เลนส์ถ่ายใกล้ (Close – up
lens) ชนิดสวมใส่หน้าเลนส์แบบแผ่นกรองแสง (Filter) ทั่วไป หรืออาจใช้กระบอกต่อ (Extension tube)
หรือใช้ส่วนพับยืด (Bellow) ต่อคั่นระหว่างเลนส์กับตัวกล้อง
3. ขาตั้งกล้อง
4. สายไกชัตเตอร์
การปรับหาระยะความคมชัดของการถ่ายภาพแบบนี้ค่อนข้างยาก เพราะเลนส์มีช่วงความชัดสั้นมาก ระยะหน้า
และระยะหลังของวัตถุจะพร่ามัว ดังนั้น ควรจะปิดรูรับแสงให้แคบเพื่อให้ภาพที่ได้มีความชัดลึก
การถ่ายภาพดอกไม้
ภาพดอกไม้จะแสดงให้เห็นถึงลักษณะ รูปทรง รูปร่าง และสีสันที่สวยงาม สามารถเน้นให้เห็นลวดลายของกลีบดอก
ตลอดจนแนวเส้นของกิ่งก้านช่วยให้ภาพมีความงดงาม โดยเฉพาะการถ่ายภาพดอกไม้ในระยะใกล้จะให้สีตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ป่าหรือดอกไม้ที่ปลูกไว้ตามบ้านเรือน เวลาที่เหมาะสมในการถ่ายภาพดอกไม้ ควรเป็นเวลาเช้า
เพราะดอกไม้จะให้ความรู้สึกสดชื่น หากมีหยดน้ำค้างเกาะอยู่ตามกลีบดอกหรือหาน้ำหวานหรือน้ำผึ้งหยอดลงบนดอกไม้
เพื่อล่อให้ผึ้งหรือแมลงมาตอมก็จะได้ภาพที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แสงที่ใช้ในการถ่ายภาพดอกไม้ควรเป็นแสงธรรมชาติ
โดยจัดให้แสงเข้าทางด้านข้าง ถ้าเป็นดอกไม้ชนิดที่ควรเน้นให้เห็นลักษณะความบางและโครงสร้างของกลีบดอก
ควรให้แสงส่องจากด้านหลังของดอกไม้และจัดให้พื้นหลังมีสีค่อนข้างเข้ม และต้องระวังอย่าให้แสงทวนเข้าที่หน้าเลนส์ของกล้อง
การถ่ายภาพดอกไม้ ควรต้องใช้ขาตั้งกล่าวเพื่อช่วยในการปรับประยะความคมชัดที่แน่นอน พยายามจัดมุมกล้อง เพื่อหลีกเลี่ยง
ฉากหลังที่รกรุงรัง หรือแก้ไขโดยใช้กระดาษสีเทาหรือสีดำไปวางไว้ทางด้านหลังของดอกไม้ โดยใช้สีของกระดาษ
ให้ตัดกับสีของดอกไม้ เพื่อความเด่นชัดหรืออาจใช้วิธีเปิดช่องรับแสงให้กว้างเพื่อจะได้ฉากหลังที่พร่ามัว อาจใช้เลนส์ถ่ายไกล
หรือเลนส์ซูมก็จะช่วยให้ได้ภาพดอกไม้ที่มีลักษณะเด่นชัดเฉพาะ สวยงามอีกแบบหนึ่ง
 |
 |
Tags: กระเป๋ากล้อง, กล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้องถ่ายรูป, กล้องมือสอง, กล้องวงจรปิด, กล้องวีดีโอ, กล้องโลโม่, ราคากล้อง, ราคากล้องดิจิตอล